เนื่องด้วยสภาวะการพัฒนาประเทศไทยมีการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ
มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์การจราจร
จำนวนรถบนท้องถนนมีจำนวนมากขึ้นและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
ไม่สมดุลกับถนนหนทางที่เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆหรือมีจำนวนเท่าเดิม ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนประกอบกับการไม่
่เคารพกฎจราจรเช่น จอดรถในที่ห้ามจอด การเร่งรีบขับขี่รถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
การไม่สวมหมวกนิรภัย การขับขี่รถด้วยความประมาท การฝ่าฝืนสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรบนท้องถนน
การจราจรติดขัด การเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
ก่อให้เกิดการเสียชีวิต การบาดเจ็บ ซึ่งข้อมูลด้านอุบัติเหตุการจราจรทางถนนในรอบปีที่ผ่านมาพบว่า
การเกิดคดีอุบัติเหตุการจราจรในประเทศไทยในปี 2550 มีจำนวน 101,752
ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติภัยทางถนน จำนวน 12,492 คน และผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน
จำนวน 79,029 ราย มียอดการสูญเสียกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยช่วงเดือนที่เกิดอุบัติเหตุจราจรมากที่สุด
ได้แก่เดือนมกราคมกับเดือนธันวาคม เนื่องจากเป็นฤดูการท่องเที่ยวและมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันประชาชนจึงมักนิยมเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา
ทำให้มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ในพื้นที่จังหวัดแพร่
สภาพการจราจรและอุบัติเหตุการจราจรพบว่ามีแนวโน้มก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง
เช่นสภาพการจราจรคับคั่งไม่คล่องตัวในชั่วโมงเร่งด่วน ตามสถานศึกษาทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น
การจอดรถฝ่าฝืนเครื่องหมายจรายจรห้ามจอด การขับขี่รถขณะเมาสุรา การฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง
หรือฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง การขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด
เป็นต้น ทั้งนี้พบว่าข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุจราจรของจังหวัดแพร่จากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี
พ.ศ.2551 ในช่วง 7 วันอันตรายของจังหวัดแพร่รวม 7 วัน มีการเกิดอุบัติเหตุแล้ว
58 ครั้ง บาดเจ็บ 66 ราย เสียชีวิต 6 ราย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับ
ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับขี่รถโดยประมาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด
ดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาการจราจรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
นอกจากการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดแล้ว การรณรงค์ให้ความรู้ด้านการจราจรอย่างต่อเนื่อง
ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะโรงเรียน สถาบันการศึกษาเป็นเป้าหมายหลัก
ในการที่จะนำองค์ความรู้ด้านการจราจรและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ ดังนั้นงานจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ จึงได้จัดทำโครงการครู
5 นาทีกับการเรียนรู้กฎหมายในโรงเรียน โดยการนำความรู้ด้านการจราจรไปประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน
นักศึกษา ตามสถานศึกษาต่างๆโดยเริ่มจากสถานศึกษาภายในเขตเทศบาลเมืองแพร่ก่อน
และจะขยายไปยังสถานศึกษานอกเขตเทศบาลตามลำดับโดยเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่นักเรียน
นักศึกษา ตลอดถึงครู อาจารย์ ในระดับหนึ่ง หากมีปัญหาข้อข้องใจ ก็สามารถถาม-ตอบ
ได้ทันที ในขณะนั้นได้เลย ทำให้นักเรียน นักศึกษามีความเข้าใจได้ทันทีสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
ขณะเดียวกัน ยังนำไปเผยแพร่บอกกล่าวให้กับ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดถึงคนใกล้ชิด
ทำให้ความรู้ด้านการจราจรมีการเชื่อมโยงไปในลักษณะเครือข่ายก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการแก้ไขปัญหการจราจร
อย่างยั่งยืน
ซึ่งการดำเนินตามโครงการดังกล่าวยังได้มีการสอดแทรกเรื่องราวในชีวิตประจำวัน
เหตุการณ์ต่างๆที่ปรากฏตามสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ที่ผ่านมา นอกจากเรื่องความรู้การจราจร
ซึ่งผลการนำเสนอที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับจากนักเรียน คณะครูอาจารย์
มีความพึงพอใจในระดับที่ดีมาก นักเรียนได้ไปพูดต่อกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง
สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างตำรวจกับเด็กนักเรียน
นักศึกษา เกิดมุมมองทัศนคติด้านบวกต่อตำรวจ และจะส่งผลต่อเนื่องในอนาคต
จนทำให้ปัญหาการจราจร ปัญหาสังคมอื่นจะลดน้อยลงได้